เขียนภาษา python ( dynamic type, print และ if )
posted on 26 Nov 2004 15:39 by veer
คำเตือน: เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม
หลังจากที่เพื่อนๆ ถามว่าเมื่อไหร่ จะเขียนเรื่อง Python ต่อ ถ้าลืมว่าจะเริ่มเขียน Python ทำอย่างไร ก็สามารถเข้าไปในนี้
Python เป็นภาษาแบบ Dynamic type แต่ไม่ใช่ Weak type ( ซึ่งต่างกันอย่างไร ก็อาจจะอธิบาย คราวต่อไป :-P ) เวลาเราเขียนโปรแกรมในภาษาแบบ Static type เช่น C เราต้องบอกว่าตัวแปลที่เราจะใช้เป็น type อะไรเสมอเช่น
int x = 10;
แต่ในภาษา Python ไม่ต้องบอก เช่น
x = 10
หรือพูดได้ง่ายๆ ว่าตัวแปรใดๆ สามารถ อ้างอิง ไปยัง Object ที่เป็น type ใดก็ได้
ในภาษา C เครื่องหมายที่บอกการจบ ของ คำสั่งคือ ; ( Semi-colon ) แต่ Python ใช้การจบบรรทัดแทน
ลองคำสั่งง่ายสั่ง print ดูละกัน
>>> print 10+10
20
>>>
ก็คงจะดูตรงไปตรงมา เราลองมาดูอะไรที่ซับซ้อนขึ้น ในภาษา C block จะครอบด้วย ปีกกาเปิดและปิด { ..... } แต่ใน Python ใช้ย่อหน้าแทน เช่น
โปรแกรมข้างบนก็ได้ผลออกมาเป็น
เป็นต้น
หลังจากที่เพื่อนๆ ถามว่าเมื่อไหร่ จะเขียนเรื่อง Python ต่อ ถ้าลืมว่าจะเริ่มเขียน Python ทำอย่างไร ก็สามารถเข้าไปในนี้
Python เป็นภาษาแบบ Dynamic type แต่ไม่ใช่ Weak type ( ซึ่งต่างกันอย่างไร ก็อาจจะอธิบาย คราวต่อไป :-P ) เวลาเราเขียนโปรแกรมในภาษาแบบ Static type เช่น C เราต้องบอกว่าตัวแปลที่เราจะใช้เป็น type อะไรเสมอเช่น
int x = 10;
แต่ในภาษา Python ไม่ต้องบอก เช่น
x = 10
หรือพูดได้ง่ายๆ ว่าตัวแปรใดๆ สามารถ อ้างอิง ไปยัง Object ที่เป็น type ใดก็ได้
ในภาษา C เครื่องหมายที่บอกการจบ ของ คำสั่งคือ ; ( Semi-colon ) แต่ Python ใช้การจบบรรทัดแทน
ลองคำสั่งง่ายสั่ง print ดูละกัน
>>> print 10+10
20
>>>
ก็คงจะดูตรงไปตรงมา เราลองมาดูอะไรที่ซับซ้อนขึ้น ในภาษา C block จะครอบด้วย ปีกกาเปิดและปิด { ..... } แต่ใน Python ใช้ย่อหน้าแทน เช่น
x = 1การจบ block ก็ดูได้จากย่อหน้า คำสั่ง if ก็อย่างที่เห็น if ตามด้วย เงื่อนไข จบด้วย : ( colon ) หลัง จากนั้นสิ่งที่จะถูกทำเมื่อเงื่อนไขเป็นจริงก็จะอยู่ในย่อหน้า
if x == 1:
print "True1"
print "True2"
else:
print "False1"
print "False2"
print "xxx"
โปรแกรมข้างบนก็ได้ผลออกมาเป็น
True1
True2
xxx
เป็นต้น
แก้ไขเมื่อ 26/11/2547 15:48:56
#1 By ลิ่ว on 2004-11-26 15:46